การประชุมเพื่อขอรับคำแนะนาจากคณะที่ปรึกษาโครงการพัฒนากระบวนการเท่าทันสื่อผ่านแอปพลิเคชัน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 เวลา 09.00 – 12.30 น. คณะทำงานโครงการพัฒนากระบวนการเท่าทันสื่อผ่านแอปพลิเคชัน ได้จัดประชุมเพื่อขอรับคำแนะนำจากคณะที่ปรึกษาโครงการ โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์และเจ้าหน้าที่ของกองทุนอีกหลายท่านเข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้โครงการก็ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ด้วย

โครงการได้ทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิ / ผู้เชี่ยวชาญ หลายท่านให้รับตำแหน่งที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รายนามคณะที่ปรึกษาโครงการ จำนวน 11 ท่านได้แก่

1) คุณเข็มพร วิรุณราพันธ์            ผู้จัดการมูลนิธิสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน

2) รศ.อังธิดา ลิมป์ปัทมปาณี        อาจารย์ประจำคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง

3) ดร.ปาริชาติ ปรียาโชติ             ผู้อำนวยการโรงเรียนปรียาโชติ

4) ผศ.มรรยาท อัครจันทโชติ        อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

5) คุณสาลินี ชุ่มวรรณ์                 ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม

6) นายแพทย์วิทวัส ศิริประชัย       เจ้าของเพจดราม่าแอดดิท จ่าพิชิต ขจัดพาลชน

7) พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่            ผกก.วิเคราะห์ข่าว ปอท.

8) ดร.ศรีดา ตันทอธิพานิช           ผู้จัดการมูลนิธิอินเตอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย

9) คุณวันชัย บุญประชา              กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว

10) คุณเปรมปพัทธ์ ผลิตผลการพิมพ์        ผู้ก่อตั้งหจก.บ้านยังฟิลม์

11) ดร. ตรี บุญเจือ                  ผู้อำนวยการส่วนไกล่เกลี่ยข้อพิพาท (กสทช.)

 

สำหรับสาระของการประชุมหารือในวันนั้นก็เน้นไปที่การระดมความคิดเห็นต่อการดำเนินงานเพื่อให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด บนเงื่อนไขและข้อจำกัดเรื่องช่วงระยะเวลาในเพสแรก โดยคำแนะนำต่างๆล้วนเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น เช่น

  1. วิธีการแจ้งเรื่องราวของประชาชนทั่วไปที่พบเห็นสื่อที่ไม่เหมาะสมและอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมทักษะการเฝ้าระวังสื่อ ทั้ง 2 กลุ่มอาจจะมีวิธีการ / ขั้นตอนที่แตกต่างกัน การให้เบาะแส / การส่งหลักฐาน คณะทำงานต้องระมัดระวังเรื่องการถือครองภาพลามกอนาจารเองด้วยเพราะผิดกฎหมาย และแนะนำว่าในกรณีพบเห็นสื่อที่ไม่เหมาะสมทางอินเตอร์เน็ตให้ใส่เพียง URL แทนการใส่ภาพก็น่าจะเพียงพอ
  2. แอพพลิเคชั่นนี้ควรเปิดเป็นระบบ Open โดยให้ทางคณะทำงานดูปริมาณและคุณภาพของข้อมูล
  3. เนื้อหาที่จะนำมาอบรมอาสาสมัครต้องคัดเลือกที่ตรงกับการนำไปใช้งานได้จริง
  4. การยึดโยงอาสาสมัครให้อยู่นานๆ อาจดูเรื่องการสนับสนุนอาสาสมัครให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและสะดวก
  5. การทำให้คนทั่วไปเห็นความสำคัญของการร่วมกันแจ้งเรื่องเมื่อพบสื่อที่ไม่เหมาะสม
  6. ประชาสัมพันธ์ให้แอพพลิเคชั่นเป็นที่รู้จัก เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดทำ
  7. การส่งต่อข้อมูลที่ได้รับและดำเนินงานไปสู่สังคมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ
  8. การทำภาพลักษณ์ให้เหมาะสมกับเยาวชนให้มากขึ้น
  9. ในกรณีที่มีเรื่องดราม่าเกิดขึ้นในสังคม ควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเมื่อได้รับเรื่องแล้วจะดำเนินการอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้มีการดราม่าซ้ำขึ้นอีก
  10. เปิดพื้นที่ให้คนที่ได้รับผลกระทบ
  11. เชิญองค์กรวิชาชีพมาร่วมเป็นภาคีเครือข่าย ไม่ควรให้มีภาพลักษณ์ของการเป็นฝั่งตรงข้ามกัน
  12. นำเรื่องราวดีๆที่เกี่ยวข้องมาลงไว้ในเพจ เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์
  13. กรณีมีการดำเนินงานไปแล้วในแต่ละกรณี ควรให้มีลิ้งค์ข้อมูลความรู้ให้คนเข้ามาดูได้ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประกาศต่างๆ จริยธรรม เป็นต้น
  14. หาวิธีการแก้ไขในกรณีที่เมื่อพบว่าเรื่องที่ร้องเรียนไปนั้นใช้เวลานานมาก (12 เดือน) รวมถึงการร้องเรียนไปแล้วไม่ได้รับการตอบรับจากหน่วยงานกำกับดูแล
  15. พิจารณามาตรการอื่นๆ นอกเหนือจากระเบียบ ข้อบังคับ อาจใช้วิธี Social Sanction
  16. ทำให้การร้องเรียนที่ดำเนินการไปได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง และมีผลกระทบที่ชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่การร้องเรียนที่มากขึ้น
  17. การดำเนินการในเพสแรกมีระยะเวลาสั้นเพื่อให้เกิดเครื่องมือ ควรมีการถอดบทเรียน ถอดองค์ความรู้ให้มากกว่าการแก้ไขปัญหา เนื่องจากระบบต่าง ๆ ยังไม่รองรับได้เบื้องต้น ต้องพัฒนาต่อไป
  18. มองประเด็นเชิงบวก ให้ความสำคัญที่ต้องการให้สังคมรับรู้ว่าสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์เป็นอย่างไร โดยให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ตั้งเป็นเชิงประเด็น เราอาจใช้กลไกบอร์ดสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัย  ผังกลไกการทำงานทั้งเบื้องหน้าและหลัง  เราจะส่งต่อไปที่ใคร  ต้องมีการออกแบบให้ชัดเจน  นำไปสู่การถอดบทเรียนที่ชัดเจน  ควรเป็นเป้าหมายหลักในการทำโครงการระยะสั้นนี้ ฯลฯ

ในการประชุมครั้งแรกได้รับคำแนะนำต่างๆมากมายจากท่านที่ปรึกษาฯ ซึ่งคณะทำงานก็จะได้รวบรวมทั้งหมดและจะนำมาคัดเลือกว่าคำแนะนำส่วนใดทำได้ก่อนและส่วนใดต้องรอไว้ดำเนินการต่อไปในเฟสที่ 2 รวมถึงเนื้อหาและกระบวนการที่จะใช้อบรมอาสาสมัครที่คณะทำงานคาดหวังว่าจะพยายามเชิญชวนผู้ที่เป็นแกนนำ ผู้ที่สนใจให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค เพราะเป้าหมายข้างหน้าคือการขยายและต่อยอด

 

เล็กๆน้อยๆที่คณะทำงานอยากฝากคือในทุกท่านในฐานะผู้บริโภคสื่อได้ทดลองทบทวนว่าในแต่ละวันเราอยู่กับสื่ออย่างไร แค่ไหน ลองดูนะคะ

  1. ในแต่ละวัน ท่านใช้เวลากับการรับสื่อเท่าไหร่
  2. ผ่านช่องทางไหนบ้าง ช่องทางไหนมากที่สุด
  3. ท่านชอบรับสื่อประเภทใด (ข่าว ละคร เกมโชว์ สารคดี ฯลฯ)
  4. ท่านได้รับอะไรจากการรับสื่อ
  5. อยากให้สื่อเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร

                                              ///// คณะทำงานจะอัพเดทความก้าวหน้าเป็นระยะค่ะ