การพัฒนากลไกเฝ้าระวังสื่อผ่านแอปพลิเคชัน

โครงการพัฒนากลไกเฝ้าระวังสื่อผ่านแอปพลิเคชันเกิดขึ้นจากความต้องการของกลุ่มคนที่ทำงานด้านการเฝ้าระวังสื่อในการหาเครื่องมือเพื่อตอบสนองกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการวางระบบเพื่อเพิ่มให้การส่งต่อข้อมูลมีความรวดเร็ว ด้านการขยายความร่วมมือกับอาสาสมัคร องค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ ด้านความสะดวกในการรายงานผลกลับไปยังอาสาสมัคร/ผู้แจ้งเรื่องให้ได้รับทราบขั้นตอนการดำเนินงานว่าไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว/อย่างไรบ้าง ด้านการนำเสนอผลการดำเนินงานสู่สังคม ฯลฯ โครงการพัฒนากลไกเฝ้าระวังสื่อผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยให้มูลนิธิเครือข่ายครอบครัวและเครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชียวชาญเรื่องการเฝ้าระวังสื่อเป็นผู้ดำเนินงาน

การทำงานโครงการนี้สอดคล้องกับยุคที่สื่อดิจิทัลเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและส่งต่อข้อมูลได้อย่างง่ายดายผ่านอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนนับเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของคนในยุคปัจจุบัน รวมถึงการใช้แอพพลิเคชั่นจำพวกโซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ทโฟน ก็นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะถ่าย ไลค์ โพสต์ แชร์ ที่มีให้เห็นอย่างมากมาย ซึ่งเป็นข้อดีที่ผู้บริโภคนั้นสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ค้นคว้าหาข้อมูลและสิ่งที่สนใจได้มากขึ้น แต่ด้วยความที่ข่าวสารในโลกออนไลน์นั้นมีอยู่มาก เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว จึงมีความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะพบ ข่าวลวง ข่าวเท็จ หรือข้อมูลปลอมแปลงได้ หากไม่รู้จักวิธีการตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับมาให้ดีเสียก่อน อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่สุดที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตสื่อจำเป็นต้องมีก็คือทักษะการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ หมายถึง สามารถวิเคราะห์แยกแยะได้ว่าข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนสื่อทั้งหลายนั้นมีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เฝ้าระวังไม่ให้ตนเองหลงไปเสพสื่อที่ไม่ปลอดภัย รวมทั้งเฝ้าระวังไม่ให้ผู้อื่นได้รับผลกระทบทางลบจากสื่อที่ตนเองเป็นผู้ผลิตขึ้นด้วย

การเฝ้าระวังสื่อถือเป็นเรื่องสำคัญที่ประชากรยุคดิจิทัลจำเป็นต้องมีอย่างมาก เนื่องจากภัยในโลกออนไลน์นั้นมีอยู่มากมาย หากไม่รู้จักระมัดระวังการใช้สื่อ สื่อที่ไม่ปลอดภัยก็จะเข้ามาทำร้ายเด็ก เยาวชนและครอบครัวในที่สุด ซึ่งทักษะในการเฝ้าระวังสื่อนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้บริโภคสื่อมีความรู้ ความเข้าใจ แยกแยะสื่อปลอดภัยออกจากสื่อไม่ปลอดภัยได้ รับสื่อและใช้สื่ออย่างมีสติ มีวิจารณญาณ ตลอดจนเข้าใจโครงสร้างและเบื้องหลังของสื่อให้ได้เสียก่อน จากนั้นจึงนำเอาทักษะเหล่านี้มาใช้ตรวจสอบเมื่อพบสื่อที่ไม่เหมาะสม อันจะนำไปสู่การแสวงหาแนวทางแก้ไข เช่น การร้องเรียนสื่อที่ไม่เหมาะสมไปยังหน่วยงานผู้ผลิตสื่อ ให้ดำเนินการระงับหรือปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องได้ในที่สุด โดยวิธีที่จะทำให้การเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และร้องเรียนสื่อได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การใช้แอพพลิเคชั่นถือเป็นคำตอบที่ดีสำหรับสังคมยุคปัจจุบันมากที่สุด ดังนั้นการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อนำมาเป็นประโยชน์และใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้บริโภคด้วยการเรียนรู้ทักษะการใช้สื่อ รวมถึงเป็นช่องทางที่สามารถร้องเรียนสื่อที่ไม่เหมาะสมอย่างเป็นระบบได้จึงเป็นเรื่องที่หน่วยงานด้านสื่อควรให้ความสนใจ และส่งเสริมให้เกิดการผลิตและใช้อย่างแพร่หลายทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งร้องเรียนสื่อไม่เหมาะสมที่พบเห็นในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเกิดการดำเนินการจริงผ่านหน่วยงานเฝ้าระวังสื่อฯอย่างเป็นระบบ

โครงการพัฒนากลไกเฝ้าระวังสื่อผ่านแอพพลิเคชั่นนี้จะเริ่มดำเนินการนำร่องก่อนในระยะเวลา 4 เดือน หลังจากนั้นจะทำการทดลองใช้และประเมินผลเพื่อการพัฒนาต่อไป